ซานาโตะซังครองใจอันดับหนึ่งไก่ตัวนี้ตลอดกาล
posted on 18 Jul 2011 05:01 by toririn in Otomeซานาโตะ
บทที่ 1
ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่ต่อในโลกใบนี้นะ
ทำไมถึงยังมาพบกับเจ้าอีกครั้ง
มีแต่เรื่องที่ไม่เข้าใจ
กระทั่งตัวฉันเอง…
ทำไมถึงต้องการตัวเจ้านัก
เจ้าที่เกลียดชังฉัน ทำลายฉัน
ทำลายทั้งความคิด ทั้งแผนการ ทั้งอุบาย อะไรต่างๆ
แต่ฉันก็ไม่อาจปล่อยมือ
ดังนั้นต่อแต่นี้ไปจงมาอยู่เคียงข้างฉันคนนี้ซะ
จนกว่าจะเบื่อกันไป
2
วันที่ถูกพาตัวมา
หลังจากที่ซานาโตะไปลักพาตัวอากิกับคานายะจากทากามาฮาระมาถึงยาสึนะ ทั้งสองคนก็จะถูกจับเข้าไปขังไว้ในคุกก่อน จนกระทั่งซานาโตะในชุดเครื่องแบบสีดำสนิท เข้ามาหาอากิกับคายานะที่ถูกขังอยู่ในคุก
“ยังมาจับตาดูอะไรเวลานี้อีก” คายานะเอ่ยทักออกไปก่อน
“ก็ยังพอมีเวลาเล็กน้อยนะ อาคุโตะยังไม่มารึ” ซานาโตะตอบธรรมดาพร้อมกับถามถึงอาคุโตะ
“เออนะ เมื่อคืนมาไปที แต่วันนี้ยังไม่มา” คายานะตอบกลับห้วนๆไป
“แต่ว่าไปอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้เวลาเลย ตอนนี้ตอนเช้าแล้วงั้นเหรอ” คายานะถามซานาโตะต่อเพราะอยู่ในคุกเลยไม่รู้ว่าสภาพภายในว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่
“ก็อย่างนั้นล่ะ แต่ว่า...” ซานาโตะหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยต่อพร้อมมองคายานะ “ดูท่าทางร่างกายเจ้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะ อิซะเมะงามิ*” *อิซะเมะงามิ เป็นคำเรียกคายานะในฐานะเทพเจ้าแห่งสงคราม
“อา ก็เจอเรื่องหนักๆมานี่นะ” คายานะตอบพร้อมกับเงยหน้ามองกลับ
“ยังไงก็อยู่อย่างสงบไปอย่างนี้ล่ะ นะ ถึงจะไม่รู้ว่ามีแผนอะไรแต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีประโยชน์ทั้งนั้น” ซานาโตะตอบพร้อมกับครุ่นคิด
อากิที่มองทั้งสองคุยกันอยู่พักหนึ่งก็รวบรวมความกล้าถามซานาโตะออกไป
“อะ เอ่อ คือว่า พวกเรา ต่อจากนี้จะเป็นยังไงบ้างคะ”
“เป็นเรื่องที่ฝ่าบาทจะตัดสินใจ ไม่ใช่ฉัน” ซานาโตะหันมาตอบกลับอากิด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ก็คงจะอย่างนั้น... แต่ว่า...” อากิทำหน้าอึดอัดใจคงเป็นเพราะอากิเกรงๆซานาโตะ คิดว่าเขาคงโมโหที่ตนถามอะไรที่ไม่ใช่เรื่อง
“แต่ว่านี่จะแค่มาดูพวกเราเฉยๆงั้นเหรอ” คายานะหันไปถามตัดบทให้อากิ
“ก็แค่มาดูว่าโซ่ล่ามไว้ดีหรือเปล่านะ” ซานาโตะตอบพร้อมกับหันไปเหยียดยิ้มที่คายานะ
“หึ รสนิยมแย่ชะมัด” คายานะตอบกลับ
“ถึงอย่างนั้น สถานที่สกปรกแบบนี้ ก็ไม่อยากอยู่นานนักหรอก” ซานาโตะว่าพลางชักสีหน้าไม่สมอารมณ์ พอรู้ว่าซานาโตะไม่ชอบที่แบบนี้คายานะก็ยิ้มล้อแล้วพูดว่า “ก็คุกนี่นะ ก็สมกันแล้วนี่” พอว่าไปแบบนี้ซานาโตะจะยิ้มขำเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า “เห็นแบบนี้ก็ไม่คิดว่าจะหนีออกไปได้เลยนะ” จากนั้นก็จะบอกขอตัวออกไปก่อนแล้วก็เดินออกไปทันที
พอซานาโตะออกจากคุกไปแล้ว อากิจะยี้ใส่ความหยิ่งและท่าทางของซานาโตะ พลางว่าซานาโตะว่าเป็นคนที่รสนิยมแย่มากจริงๆ แต่คายานะก็ไม่ได้ตอบอะไรมีเพียงแต่สีหน้าครุ่นคิดว่าชายคนนั้นมาทำอะไร
3.
ตัดมาที่ห้องในคฤหาสน์หรูหราแห่งหนึ่ง ชายผมขาววัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน ที่อยู่เพียงลำพังภายในบ้านจู่ๆก็เอ่ยทักขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงกลิ่นอายของใครบางคน
“ใครนะ”
“สมกับเป็นหัวหน้าตระกูลนักฆ่า ความรู้สึกไวดีนะ” ซานาโตะในร่างวิญญาณปรากฏตัวขึ้นมาในห้องคฤหาสน์หลังนั้น ที่แท้คฤหาสน์หลังนี้ก็เป็นคฤหาสน์ของอามุกิ เทโอ หัวหน้าตระกูลนักฆ่าที่รับคำสั่งตรงจากกษัตริย์แห่งยาสึนะมาทุกรุ่น
เมื่อรู้ว่าเป็นใครที่มาเยือนถึงคฤหาสน์นักฆ่า อามุกิก็ลดจิตสังหารของตนลงแล้วพร้อมกับเอ่ยทักอีกฝ่ายด้วยความสุภาพ
“ท่านซานาโตะนี่เอง น่าประหลาดใจเสียจริง ว่าแต่ว่า ท่านมีธุระอันใดในที่แห่งนี้หรือครับ”
“เรื่องทากามิน่ะ คิดจะให้แหวกว่ายอยู่แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่” ทากามิที่ซานาโตะเอ่ยถึงคือบุตรชายเพียงคนเดียวของอามุกิ และยังเป็นหนึ่งในทหารหน่วยสังกัดเดียวกันกับซานาโตะ
“แย่เลยนะครับที่ได้ยินว่าให้แหวกว่ายอะไรแบบนี้” อามุกิตอบกลับพร้อมกับท่าทางที่เชิดขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าซานาโตะกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ก่อนจะพูดต่อโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัว “เมื่อได้รับ “คำไหว้วาน” มาอย่างนั้น ก็มีแต่จะต้องทำตามเท่านั้นเองล่ะครับ” คำไหว้วานเป็นคำที่รู้เฉพาะกันว่าสำหรับตระกูลเทโอคือคำสั่งจากกษัตริย์ที่ว่าจะให้กำจัดใครและเป็นหน้าที่ของตระกูลเทโอที่จะต้องทำให้สำเร็จโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น
พอได้ยินอามุกิตอบกลับแบบนี้ซานาโตะก็เหยียดยิ้มขำออกมาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“คำไหว้วานที่ว่าให้ฆ่าฉันน่ะรึ”
“ครับ แต่รู้แล้วยังมีท่าทีปกติเช่นนี้ ก็คงจะลำบากล่ะสินะ” อามุกิกล่าวเสียงเรียบเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรู้เรื่องแล้วยังนิ่งได้แสดงว่าต้องมั่นใจในตนเองมากพอดู
“ก็แค่มาถามข้อมูลทากามิจากนาย ถ้ามีเจตนาแบบนั้นจริง งั้นก็น่าจะถูกทำให้หายไปซะนะ”
“ยังไงก็ต้องเป็นไปตามกำหนดเดิมครับ”
“โฮ่ ขนาดรู้เรื่องแล้วก็ยังจะใช้งานต่องั้นรึ ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าร่างจริง...” ซานาโตะส่งเสียงแปลกใจนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าคำขู่ไม่ได้ผล และอีกฝ่ายยังดึงดันจะทำตามคำไหว้วาน “งั้นนายจะทำยังไงรึ” ซานาโตะถามต่อ ทิ้งประโยคก่อนหน้าค้างไว้เมื่อเอ่ยถึงร่างจริงที่ดูเป็นปริศนาของตระกูลเทโอ
“จะทำยังไงก็อย่างที่ได้พูดไปแล้ว ทั้งฉันและตัวทากามิก็ไม่มีทางเปลี่ยน ถ้าเวลานั้นมาถึงก็คงจะหายไปอย่างที่ท่านว่า”
“อย่างนั้นสินะ” ซานาโตะเอ่ยเสียงเรียบเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะเปลี่ยนความคิดแน่นอน ก่อนจะพูดต่อ “แต่ยังไง ทางนี้ก็มีหน้าที่ที่กำหนดมาอยู่ก่อนแล้วเหมือนกัน”
“กุญแจ... งั้นหรือ” อามุกิเอ่ยก่อนเว้นไปพักหนึ่งแล้วเอ่ยต่อ “หรือว่าเรื่องของท่านคินาเอะ...”
เมื่ออามุกิเอ่ยถึงชื่อที่เหมือนจะเป็นชื่อผู้หญิงขึ้นมา ท่าทีของซานาโตะก็เปลี่ยนไป พร้อมพูดกลับด้วยน้ำเสียงดุดัน
“ไม่ต้องพูดอะไรเหนือจากนั้น เรื่องของคินาเอะอย่ามาเอ่ยตามใจชอบ”
“คะ ครับ” เมื่อถูกรังสีกดดันจากซานาโตะ อามุกิก็ยังต้องรับคำทันที
เมื่ออามุกกิรับคำซานาโตะก็ปรับท่าทีให้สงบลงพร้อมเอ่ยต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ก็ดี เรื่องทากามิ ตอนนี้ก็จะให้วิ่งเล่นไปก่อนแต่ว่า... ไม่ได้หมายความว่าจะยอมตามคำไหว้วานนั้นหรอกนะ” ซานาโตะพูดทิ้งไว้แค่นั้นก่อนที่ร่างวิญญาณจะหายไปในทันที
อามุกิมองไปที่ตำแหน่งที่เคยมีวิญญาณก่อนจะเอ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“ฝ่าบาทนั้นว่าน่าเกรงกลัวแล้ว แต่ดูเหมือนชายคนนั้นอาจจะน่ากลัวว่าฝ่าบาทเสียยิ่งกว่า” อามุกิยกมือที่ตัวเองกำไว้แน่นก่อนจะเอ่ยต่อ
“ทั้งที่ร่างนี้ถูกฝึกไม่ให้กลัวสิ่งใดๆทั้งนั้น ทั้งอย่างนั้นตัวเองกลับรู้สึก... ถึงอย่างนั้นไม่ว่ายังไงเมื่อเวลานั้นมาถึงก็ยังอยากให้ชนะโดยไม่ให้ถูกฆ่าเลยนะ”
“แต่ว่าเรื่องที่ได้ยินมาในตอนนั้นตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ เท่าที่รู้ว่าก็คงไม่มีทางช่วยแล้วสินะ”
ตัดมาที่คฤหาสน์อีกแห่งหนึ่ง บริเวณโดยรอบของคฤหาสน์หลังนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้นานาชนิดที่ถูกปลูกไว้โดยรอบ
เสียงไอเบาๆดังขึ้นในสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน หญิงสาวในชุดเสื้อผ้าที่ดูหรูหรา ผมยาวสีดำขลับและท่าทางที่บอบบางเหมือนตุ๊กตาแก้วที่แตกหักง่ายยืนอยู่กลางสวนดอกไม้
ทันทีที่ได้ยินเสียงไอเบาๆนั้นดังขึ้น สาวใช้ที่อยู่ข้างๆก็ร้องเรียกทันที
“คุณหนูคะ กรุณากลับเข้าห้องด้วยเถอะค่ะ”
“อะ ขออยู่ต่ออีกหน่อยนะ” หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าคุณหนู ทำหน้าเศร้าขอร้องสาวใช้เพื่อให้ตัวเองได้อยู่ข้างนอกต่อแม้จะเป็นแค่สวนในคฤหาสน์ของตนเองก็ตาม
“แต่ถ้าล้มป่วยลงไปอีก จะเป็นการรบกวนเวลาของท่านซานาโตะเอานะคะ” สาวใช้รีบอธิบายด้วยความเป็นห่วงปนเกรงกลัวคนที่ชื่อซานาโตะยิ่งนัก พอได้ยินชื่อซานาโตะ หญิงสาวที่ดูร่างกายไม่แข็งแรงดีนักก็ยอมแต่โดยดี
“จ๊ะ เข้าใจแล้ว” หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิดเมื่อเห็นท่าทีเกรงกลัวของสาวใช้
ตั้งแต่ท่านพ่อเสียไป ทุกคนก็ดูเกรงกลัวท่านพี่กันทั้งนั้น แต่มีเพียงแค่ฉันเท่านั้นสินะ ที่จะต้องเป็นมิตร เป็นพวกเดียวกับท่านพี่
4.
หลังจากนั้นมา ระหว่างนั้น ทางอากิและคายานะก็จะได้พบกษัตริย์โคโตฮิระ และเกิดปัญหาขึ้นเมื่อร่างของคายานะเข้าสิงร่างของอากิไปเสียแล้ว จึงต้องรอถึงวันพระจันทร์เต็มดวงร่างทั้งสองจึงจะแยกออกจากกันอีกครั้ง ทางโคโตฮิระที่ต้องการคายานะมาทำการทดลองบางอย่าง จึงคิดจะขังคุกไว้จนกว่าถึงเวลา แต่อากิยอมเสี่ยงขอกษัตริย์ว่าขอเปิดร้านตีดาบเพื่อใช้ชีวิตได้ตามปกติในเมืองยาสึนะโดยให้สัญญาว่าจะไม่หนีและจะกลับมาตามสัญญาในวันจันทร์เต็มดวง
แต่ก็เป็นธรรมดาที่จะไม่มีใครเชื่อว่าจะไม่หนี แต่ด้วยความที่โคโตฮิระถูกใจในความปากกล้าของอากิ จึงยอมทำตามข้อเสนอ โดยให้ทหารในสังกัดที่ขึ้นตรงกับตนเป็นทำหน้าเฝ้าจับตาดูไม่ให้พวกอากิหนีไปไหน และยังทิ้งท้ายว่าไม่มีทางที่พวกอากิจะหนีไปได้อย่างเด็ดขาด
พวกทหารในสังกัดที่จะมาทำหน้าที่คุมก็คือ หน่วยของพวกซานาโตะ ซึ่งมีอาคุโตะ คาสึกะ ทากามิ ฮิโนกะ ทั้งห้าคนนี้จะมาคอยผลัดกันเฝ้าและจับตาดูไม่ให้เราหนีไปไหน
ในตอนแรกเราจะได้บ้านเช่าหลังเล็กๆที่เก่ามาก จนได้ทากามิมาช่วยหาเครื่องเรือนและทำความสะอาดให้เราถึงพอจะเปิดร้านได้ พอเปิดร้านได้สักพัก ถึงทั้งอากิและคายานะสัญญาว่าจะไม่หนีไปไหน แต่ก็ไม่มีทางที่จะไม่คิดหาแผนการแน่นอน
จนกระทั่งถึงวันที่อาคุโตะเป็นคนเฝ้าคนเดียว ในตอนแรกคายานะคิดจะใช้กำลัง แต่ก็โดนอากิห้ามไว้ จนในที่สุดอากิก็เหมือนจะคิดแผนบางอย่างออก จึงไปชวนอาคุโตะมาทานข้าวด้วย ในตอนแรกทั้งคายานะและอาคุโตะก็แปลกใจว่าอากิมีแผนอะไรถึงจะทำอาหารเลี้ยงอาคุโตะ แต่พอบอกว่าอาหารมื้อนี้คายานะจะเป็นคนปรุง ในตอนที่ได้ยินครั้งแรกคายานะก็แปลกใจ เพราะอากิมักสั่งห้ามไม่ให้ตนทำอาหาร (ในตอนที่อยู่ทากามาฮาระ คายานะได้ทำผู้คนล้มตาย?เป็นจำนวนมากด้วยอาหารฝีมือของเธอ) แต่เมื่อเข้าใจจุดประสงค์ของอากิ คายานะก็ขมักเขม้นในการทำอาหารทันที
พอถึงเวลาทานในตอนแรกอาคุโตะไม่เชื่อว่าจะเป็นอาหารที่กินได้ จึงให้พวกอากิทานไปก่อน สำหรับอากิที่เคยมีภูมิต้านทานอาหาคายานะมาบางแล้วและจะเหมือนกลืนไม่ลงแต่ก็ยังพยายามเอาลงไปจนได้และยังสามารถปั้นสีหน้าฝืนยิ้มว่าอร่อยให้อาคุโตะวางใจได้อีกด้วย
ทางอาคุโตะเมื่อเห็นว่าทานได้อร่อยก็คิดว่าไม่เหมือนอย่างที่คิด แต่ก็ยังบอกกับพวกคายานะอีกว่าต่อให้วางยากับเขาก็ไม่ได้พวกเขาถูกฝึกมาให้กันพิษได้พอควร
แต่เมื่ออาคุโตะทานเข้าไปเพียงคำเดียว ก็มีเสียงสำลักพร้อมกับเสียงล้มลงไป อากิดีใจมากที่เห็นแผนของตนสำเร็จ แต่คายานะยังอึ้งเมื่อสงสัยว่าทำไมแค่ทานไปคำเดียวแท้อีกฝ่ายถึงล้มลง แต่อากิก็บอกว่าสมกับเป็นอาหารของคายานะ ไม่ว่าอะไรก็ล้มได้จริงๆ
จากนั้นทั้งสองก็รีบพยายามหนีจนกระทั่งมาถึงแถวหน้าประตูเมือง
อากิรีบวิ่งไปด้วยความเหนื่อยหอบ ทางคายานะที่สิงอยู่ในร่างก็ได้แต่รีบบอกให้อากิรีบไปออกประตูเมืองและตรงไปทางแม่น้ำเลย
แต่อากิเป็นกังวลกลัวว่าใครตาม คายานะก็ปลอบว่ายังไม่มีคนตามมา แต่ยังคงติดใจสงสัยที่ว่าทำไมอาหารของเธอคำเดียวทำคนที่ถูกฝึกมาอย่างดีสลบได้
ขณะที่กำลังรีบหนีคายานะก็บอกแผนว่าไว้วิ่งไปเรื่อยๆค่อยไปหาม้ากัน
อากิก็ได้แต่รับคำพร้อมนึกวิธี จนกระทั่ง
“จะออกไปไหนกันงั้นรึ” เสียงทุ้มกังวานดังก้องขึ้นด้านหน้าอากิที่กำลังวิ่งไปที่ประตู
“คะ ใครน่ะ” อากิชะงักเท้าด้วยความตกใจก่อนที่จะปรากฏเงาร่างหนึ่งขวางทางไว้

เงาร่างวิญญาณของซานาโตะปรากฏขึ้นขวางทางไม่ให้พวกอากิหนีไปไหนได้ ซานาโตะที่ยิ้มเหมือนรู้ดีว่าพวกอากิคิดจะทำอะไรก็เอ่ยถามเสียงเรียบ
“หือ คนเดียวงั้นรึ แล้วอาคุโตะไม่อยู่ด้วยเหรอ”
“แย่แล้ว” เมื่อถูกซานาโตะเจอตัว คายานะยังอดอุทานไม่ได้
“ถูกจับได้แล้ว แต่ว่าทำไม” อากิยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมซานาโตะถึงโผล่มาดักรอเหมือนรู้ว่าพวกเธอกำลังจะหนีกันมาทางนี้
“คำทำนายของฮิโนกะน่ะ ตั้งแต่เมื่อคืนก็รู้แล้วว่าพวกเจ้าจะมาที่นี่เวลานี้”
“แต่ว่าเพราะร่างวิญญาณนี่ เลยทำอะไรมันไม่ได้!” คายานะเอ่ยด้วยความเจ็บใจเพราะถ้าเป็นร่างวิญญาณมา เธอจะไม่สามารถทำอะไรร่างนั้นได้เลย
“เสียเวลาเปล่า!” ซานาโตะเอ่ยเสียงห้วนเมื่อเห็นว่าคายานะคิดจะทำสิ่งที่เปล่าประโยชน์ จากนั้นซานาโตะก็เริ่มใช้เวทบางที่ทำให้เกิดผลกับคายานะจนทำให้อากิขยับตัวไม่ได้ตาม
“สัญญากับฝ่าบาทแล้วไม่ใช่รึว่าจะกลับมาตอนวันจันทร์เต็มดวง ลืมไปแล้วรึไง” ซานาโตะย้อนถามคำที่พวกอากิเคยให้สัญญา
“ไม่นะ คายานะ หนีไม่ได้” อากิเอ่ยบอกคายานะว่าตนไม่สามารถต้านเวทของซานาโตะในตอนนี้ได้เลย
“เพราะคำทำนายดวงดาวงั้นเรอะ โธ่เอ้ย!” คายานะเอ่ยสบถด้วยความเจ็บใจยิ่งนักที่ตนเองไม่สามารถหนีไปได้เพราะการทำนายล่วงหน้า
ไม่นานนักอาคุโตะก็ตามมาถึงและก็เรียกพวกอากิที่ทรุดอยู่หน้าประตูเมือง พออาคุโตะมาถึง ซานาโตะก็เอ่ยตำหนิลูกน้องตัวเองทันที
“อาคุโตะ ถ้านายฟังคำทำนายของฮิโนกะไว้ คราวนี้ก็คงจะต้องไม่ผิดพลาดแบบนี้”
“ซานาโตะ? ทำไมมาอยู่ที่นี่” อาคุโตะที่พอเห็นร่างเงาของซานาโตะก็ถามอย่างแปลกใจ
“ก็มาตามคำทำนายของฮิโนกะ” ซานาโตะอธิบายเรียบๆก่อนจะสั่งอาคุโตะต่อทันที “อาคุโตะ จงจับตัวหญิงนักตีดาบไปซะ”
“อะ เข้าใจแล้ว” อาคุโตะรับคำ อากิร้องเรียกคายานะแต่คายานะก็บอกเพียงว่ามาได้แค่นี้
อาคุโตะจะจับตัวเราทันทีและตะคอกให้เราอยู่นิ่งๆ จากนั้นก็บ่นเรื่องอาหารสุดแสนจะทนของคายานะ
ซานาโตะเห็นอย่างนั้นก็เอ่ยเตือนอาคุโตะ
“อย่าทำอะไรตามอารมณ์ คนพวกนี้ถือว่าเป็นวัตถุดิบที่สำคัญของฝ่าบาท”
“จะไม่พลาดอีกแล้ว”
“หลังจากนี้ฝากด้วยนะ” เมื่อเห็นว่าพวกอากิไม่มีทางหนีซานาโตะก็ฝากให้อาคุโตะจัดการแล้วตัวเองก็ให้ร่างวิญญาณหายไป
พอซานาโตะหายไปพวกอากิก็จะถูกอาคุโตะจับตัวพากลับไปร้านตีดาบเหมือนเดิม
5.
หลังจากนั้นพวกอากิก็ยังคงหนีไปจากยาสึนะไม่ได้จนกระทั่งถึงวันพระจันทร์เต็มดวงที่สัญญากับโคโตฮิระว่าจะไปที่ปราสาท
“คืนนี้ วันจันทร์เต็มดวง ก็ต้องไปที่ปราสาทสินะ” อากิพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงกังวล
โกโร่ สัตว์เลี้ยงของคายานะพยายามปลอบใจอากิที่กำลังซึมว่า ผมก็จะไปด้วย
“ไม่ได้นะ โกโร่จะต้องอยู่เฝ้าบ้าน” อากิรีบห้ามเพราะกลัวโกโร่จะตามไปจริง
จากนั้นคายานะก็จะพูดถึงเรื่องอิสึซามิ ว่าไม่รู้ว่ามาอยู่ที่ประเทศยาสึนะนี้ได้อย่างไร
“ทั้งเรื่องอิสึซามิก็ดี เรื่องที่ไม่สามารถฆ่าโคโตฮิระได้ก็ดี แล้วยังพวกนักปราชญ์เกี่ยวกับเทพเจ้านั่นอีก มีแต่เรื่องที่ไม่รู้เต็มไปหมดเลยนา”
“อืม” อากิก็เห็นด้วยกับคายานะ แต่ไม่ทันไร ประตูร้านก็เปิดออก พร้อมกับซานาโตะในชุดเครื่องแบบเข้ามาพูดอย่างเป็นทางการ ว่าจะพาพวกอากิทั้งสองไปที่ปราสาท
“คะ ค่ะ” อากิรับคำอย่างเกร็งๆ แต่คายานะถามซานาโตะกลับไป
“ไปที่ปราสาทแล้วจะยังไงต่อ”
“ซา เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้ รีบไปกันได้แล้ว” ซานาโตะตอบเหมือนไม่ชอบให้ถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตน และก็สั่งให้ทั้งคู่รีบไปในทันที
“จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ” อากิรีบรับคำ
“ยังเป็นคนที่น่ารังเกียจเหมือนเดิมนะ” คายานะแขวะซานาโตะอย่างไม่เกรงกลัว
“จะพูดยังไงก็ได้ แต่ว่า คืนนี้พวกเจ้ายังไม่แยกออกจากกันอีกรึ”
“เออนะ” คายานะตอบห้วนๆพลางทำท่าไม่สนใจซานาโตะ
“ระวังคำพูดไว้ด้วยก็ดีนะ” เมื่อเห็นท่าทางที่ไม่สุภาพของคายานะซานาโตะก็เริ่มมีท่าทีหงุดหงิดยิ่งขึ้น
“ไหนบอกจะให้พูดยังไงก็ได้ไง? ช่วยไม่ได้นะ รู้แล้วจะยอมอยู่สงบๆให้ก็ได้” คายานะยอมเปลี่ยนท่าทีเพราะกลัวซานาโตะจะทำร้ายอากิจริงๆ
“ดีแล้ว ไปกัน” พอเห็นคายานะมีท่าทีอ่อนลง ซานาโตะก็ใจเย็นลงบ้าง จากนั้นก็ออกไปข้างนอกร้านกัน
พอออกมานอกร้าน อากิก็มีเรื่องอยากถามซานาโตะ
“เอ่อ...”
“อะไร” ซานาโตะหันมาถามเมื่อได้ยินเสียงอากิ
“วันนี้เป็นร่างจริงสินะคะ”
“ก็ใช่แล้วไง”
“คือพอคิดว่าตอนนั้นซานาโตะซังก็มีร่างจริงแบบนี้อยู่ก็เลยรู้สึกแปลกๆ...”
“เธอไม่กลัวฉันงั้นรึ” ซานาโตะพอเห็นอากิคุยด้วยท่าทางสนใจก็เลยอดถามกลับไม่ได้เพราะปกติคนมักจะไม่ค่อยอยากพูดถึงร่างวิญญาณของเขาเท่าใดนัก
“เอ๋ ก็ ก็มีกลัวบ้างนะคะ แต่ว่า... ทั้งฮิโนกะ ทั้งทากามิ ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน ในตอนแรกก็รู้สึกกลัวทุกคน แต่พอรู้จักกันก็คิดว่าจริงๆแล้วทุกคนก็เป็นคนดีกันทั้งนั้น” อากิพยายามอธิบาย เธอได้รู้จักทุกคนอย่างที่ผ่านมา ทุกคนก็ช่วยดูแลเธอเป็นอย่างดีเท่าที่จะช่วยได้ ทำให้อากิคิดว่าจริงๆถึงจะได้คนของยาสึนะแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคนไม่ดี
“คนดีงั้นรึ” พอได้ยินอากิว่าอย่างนั้นซานาโตะก็หัวเราะในลำคอเบาๆ ” พูดอะไรน่าสนใจดีนี่”
หมายความว่ายังไง? อากิได้แต่สงสัยในท่าทีและคำพูดของซานาโตะเช่นนั้น
จากนั้นซานาโตะจะพาพวกอากิมาหาโคโตฮิระถึงในปราสาทตามที่ได้สัญญากันไว้ แต่ว่าในตอนนี้ทั้งอากิและคายานะกลับยังไม่แยกร่างออกกัน
“ฝ่าบาท พาตัวมาแล้วพะย่ะค่ะ” ซานาโตะรายงาน
“อืม ยังไม่แยกออกจากกันอีกรึไงนะ”
“ก็เป็นเช่นนั้นพะยะค่ะ”
“งั้นก็เอาไปขังคุกไว้ซะ” โคโตฮิระสั่งทันที
“ดะ เดี๋ยวก่อน คุกอีกแล้วเหรอ” พอรู้ว่าจะต้องเข้าคุกอีกครั้ง อากิก็ร้องออกมา
“อีกแล้ว แล้วมีอะไรรึ” โคโตฮิระหันมาถามเหมือนว่าอากิมีปัญหาอะไรกับคำสั่งของตน
“มะ ไม่มี” อากิได้แต่ปิดปากเงียบไป เพราะยังไงตัวเธอก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
จากนั้นอากิก็ปรึกษาคายานะในใจว่าจะเอายังไงดี คายานะก็บอกแค่ว่ากำลังคิดอยู่
แต่ซานาโตะก็สั่งให้คนพาพวกอากิไปคุกใต้ดินทันที
โปรดติดตามตอนต่อไป
อาจจะมีบางส่วนงงๆเพราะคนแปลดำน้ำด้นไปเรื่อย และก็บางส่วนที่ต้องเล่นเนื้อเรื่องของคนอื่นถึงจะเข้าใจ
edit @ 18 Jul 2011 05:41:03 by ToRi








