ซานาโตะ ตลอดกาลค่ะ
ไม่นานมานี้เพิ่งซื้อPsp มา
เพื่อหวังจะเล่นเกมส์โอโตะเมะโดยเฉพาะ และเกมส์แรกที่เลือกเล่นก็ไม่ใช่เกมส์อื่นใด
เป็นเกมส์ที่เคยเล่นในPs2 มาอย่างโชกโชนค่ะ
Kanuchi
แต่ที่เคยเล่นเป็นภาคKuroki
พอเป็นpsp มันรวมสองภาคมาขายด้วยกัน
ไม่ต้องคิดมาก
เล่นมันยันตั้งแต่ฝั่งปีกขาวมาถึงฝั่งปีกดำเลย
แน่นอนว่าตัวละครที่เน้นๆ
ก็ต้อง
ซานาโตะซัง หนุ่มผมยาวตลอดกาล
ผมอะไรมันยาวได้ขนาดนี้
 
พอมาเล่นอีกรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เกิดอาการเฮี้ยนจัด
 
อยากแปลเนื้อเรื่องไว้เป็นที่ระลึก
 
และแปลแบบเอาให้อ่านเป็นนิยายได้เลย ดังนั้น
 
เอนทรี่นี้จึงเป็นเหมือนเอนทรี่ที่ระลึก
 
ส่วนของโทริ
 
ใครไม่อยากspoil ไม่สนก็ไม่เป็นไรค่ะ
 
หรือใครเคยเล่นแล้วคิดมันผิดตรงไหนก็อย่าว่ากัน
 
เพราะโทริแปลบวกกับแต่งอารมณ์เองตามใจไก่เลย
 
คิดซะว่ามาอ่านนิยายเกมส์หนุ่มที่ไม่จบละกัน
 
 
ว่าแล้วก็เริ่มเลยดีกว่า
 

ซานาโตะ

บทที่ 1

ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่ต่อในโลกใบนี้นะ

ทำไมถึงยังมาพบกับเจ้าอีกครั้ง

มีแต่เรื่องที่ไม่เข้าใจ

กระทั่งตัวฉันเอง…

ทำไมถึงต้องการตัวเจ้านัก

 

เจ้าที่เกลียดชังฉัน ทำลายฉัน

ทำลายทั้งความคิด ทั้งแผนการ ทั้งอุบาย อะไรต่างๆ

แต่ฉันก็ไม่อาจปล่อยมือ

 

ดังนั้นต่อแต่นี้ไปจงมาอยู่เคียงข้างฉันคนนี้ซะ

จนกว่าจะเบื่อกันไป

 

2

วันที่ถูกพาตัวมา

หลังจากที่ซานาโตะไปลักพาตัวอากิกับคานายะจากทากามาฮาระมาถึงยาสึนะ ทั้งสองคนก็จะถูกจับเข้าไปขังไว้ในคุกก่อน จนกระทั่งซานาโตะในชุดเครื่องแบบสีดำสนิท เข้ามาหาอากิกับคายานะที่ถูกขังอยู่ในคุก

“ยังมาจับตาดูอะไรเวลานี้อีก” คายานะเอ่ยทักออกไปก่อน

“ก็ยังพอมีเวลาเล็กน้อยนะ อาคุโตะยังไม่มารึ” ซานาโตะตอบธรรมดาพร้อมกับถามถึงอาคุโตะ

“เออนะ เมื่อคืนมาไปที แต่วันนี้ยังไม่มา” คายานะตอบกลับห้วนๆไป

“แต่ว่าไปอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้เวลาเลย ตอนนี้ตอนเช้าแล้วงั้นเหรอ” คายานะถามซานาโตะต่อเพราะอยู่ในคุกเลยไม่รู้ว่าสภาพภายในว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่

“ก็อย่างนั้นล่ะ แต่ว่า...” ซานาโตะหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยต่อพร้อมมองคายานะ “ดูท่าทางร่างกายเจ้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะ อิซะเมะงามิ*” *อิซะเมะงามิ เป็นคำเรียกคายานะในฐานะเทพเจ้าแห่งสงคราม

“อา ก็เจอเรื่องหนักๆมานี่นะ” คายานะตอบพร้อมกับเงยหน้ามองกลับ

“ยังไงก็อยู่อย่างสงบไปอย่างนี้ล่ะ นะ ถึงจะไม่รู้ว่ามีแผนอะไรแต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีประโยชน์ทั้งนั้น” ซานาโตะตอบพร้อมกับครุ่นคิด

อากิที่มองทั้งสองคุยกันอยู่พักหนึ่งก็รวบรวมความกล้าถามซานาโตะออกไป

“อะ เอ่อ คือว่า พวกเรา ต่อจากนี้จะเป็นยังไงบ้างคะ”

“เป็นเรื่องที่ฝ่าบาทจะตัดสินใจ ไม่ใช่ฉัน” ซานาโตะหันมาตอบกลับอากิด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ก็คงจะอย่างนั้น... แต่ว่า...” อากิทำหน้าอึดอัดใจคงเป็นเพราะอากิเกรงๆซานาโตะ คิดว่าเขาคงโมโหที่ตนถามอะไรที่ไม่ใช่เรื่อง

“แต่ว่านี่จะแค่มาดูพวกเราเฉยๆงั้นเหรอ” คายานะหันไปถามตัดบทให้อากิ

“ก็แค่มาดูว่าโซ่ล่ามไว้ดีหรือเปล่านะ” ซานาโตะตอบพร้อมกับหันไปเหยียดยิ้มที่คายานะ

“หึ รสนิยมแย่ชะมัด” คายานะตอบกลับ

“ถึงอย่างนั้น สถานที่สกปรกแบบนี้ ก็ไม่อยากอยู่นานนักหรอก” ซานาโตะว่าพลางชักสีหน้าไม่สมอารมณ์ พอรู้ว่าซานาโตะไม่ชอบที่แบบนี้คายานะก็ยิ้มล้อแล้วพูดว่า “ก็คุกนี่นะ ก็สมกันแล้วนี่” พอว่าไปแบบนี้ซานาโตะจะยิ้มขำเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า “เห็นแบบนี้ก็ไม่คิดว่าจะหนีออกไปได้เลยนะ” จากนั้นก็จะบอกขอตัวออกไปก่อนแล้วก็เดินออกไปทันที

พอซานาโตะออกจากคุกไปแล้ว อากิจะยี้ใส่ความหยิ่งและท่าทางของซานาโตะ พลางว่าซานาโตะว่าเป็นคนที่รสนิยมแย่มากจริงๆ แต่คายานะก็ไม่ได้ตอบอะไรมีเพียงแต่สีหน้าครุ่นคิดว่าชายคนนั้นมาทำอะไร

 

3.

ตัดมาที่ห้องในคฤหาสน์หรูหราแห่งหนึ่ง ชายผมขาววัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน ที่อยู่เพียงลำพังภายในบ้านจู่ๆก็เอ่ยทักขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงกลิ่นอายของใครบางคน

“ใครนะ”

“สมกับเป็นหัวหน้าตระกูลนักฆ่า ความรู้สึกไวดีนะ” ซานาโตะในร่างวิญญาณปรากฏตัวขึ้นมาในห้องคฤหาสน์หลังนั้น ที่แท้คฤหาสน์หลังนี้ก็เป็นคฤหาสน์ของอามุกิ เทโอ หัวหน้าตระกูลนักฆ่าที่รับคำสั่งตรงจากกษัตริย์แห่งยาสึนะมาทุกรุ่น

เมื่อรู้ว่าเป็นใครที่มาเยือนถึงคฤหาสน์นักฆ่า อามุกิก็ลดจิตสังหารของตนลงแล้วพร้อมกับเอ่ยทักอีกฝ่ายด้วยความสุภาพ

“ท่านซานาโตะนี่เอง น่าประหลาดใจเสียจริง ว่าแต่ว่า ท่านมีธุระอันใดในที่แห่งนี้หรือครับ”

“เรื่องทากามิน่ะ คิดจะให้แหวกว่ายอยู่แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่” ทากามิที่ซานาโตะเอ่ยถึงคือบุตรชายเพียงคนเดียวของอามุกิ และยังเป็นหนึ่งในทหารหน่วยสังกัดเดียวกันกับซานาโตะ

“แย่เลยนะครับที่ได้ยินว่าให้แหวกว่ายอะไรแบบนี้” อามุกิตอบกลับพร้อมกับท่าทางที่เชิดขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าซานาโตะกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ก่อนจะพูดต่อโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัว “เมื่อได้รับ “คำไหว้วาน” มาอย่างนั้น ก็มีแต่จะต้องทำตามเท่านั้นเองล่ะครับ” คำไหว้วานเป็นคำที่รู้เฉพาะกันว่าสำหรับตระกูลเทโอคือคำสั่งจากกษัตริย์ที่ว่าจะให้กำจัดใครและเป็นหน้าที่ของตระกูลเทโอที่จะต้องทำให้สำเร็จโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น

พอได้ยินอามุกิตอบกลับแบบนี้ซานาโตะก็เหยียดยิ้มขำออกมาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“คำไหว้วานที่ว่าให้ฆ่าฉันน่ะรึ”

“ครับ แต่รู้แล้วยังมีท่าทีปกติเช่นนี้ ก็คงจะลำบากล่ะสินะ” อามุกิกล่าวเสียงเรียบเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรู้เรื่องแล้วยังนิ่งได้แสดงว่าต้องมั่นใจในตนเองมากพอดู

“ก็แค่มาถามข้อมูลทากามิจากนาย ถ้ามีเจตนาแบบนั้นจริง งั้นก็น่าจะถูกทำให้หายไปซะนะ”

“ยังไงก็ต้องเป็นไปตามกำหนดเดิมครับ”

“โฮ่ ขนาดรู้เรื่องแล้วก็ยังจะใช้งานต่องั้นรึ ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าร่างจริง...” ซานาโตะส่งเสียงแปลกใจนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าคำขู่ไม่ได้ผล และอีกฝ่ายยังดึงดันจะทำตามคำไหว้วาน “งั้นนายจะทำยังไงรึ” ซานาโตะถามต่อ ทิ้งประโยคก่อนหน้าค้างไว้เมื่อเอ่ยถึงร่างจริงที่ดูเป็นปริศนาของตระกูลเทโอ

“จะทำยังไงก็อย่างที่ได้พูดไปแล้ว ทั้งฉันและตัวทากามิก็ไม่มีทางเปลี่ยน ถ้าเวลานั้นมาถึงก็คงจะหายไปอย่างที่ท่านว่า”

“อย่างนั้นสินะ” ซานาโตะเอ่ยเสียงเรียบเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะเปลี่ยนความคิดแน่นอน ก่อนจะพูดต่อ “แต่ยังไง ทางนี้ก็มีหน้าที่ที่กำหนดมาอยู่ก่อนแล้วเหมือนกัน”

“กุญแจ... งั้นหรือ” อามุกิเอ่ยก่อนเว้นไปพักหนึ่งแล้วเอ่ยต่อ “หรือว่าเรื่องของท่านคินาเอะ...”

เมื่ออามุกิเอ่ยถึงชื่อที่เหมือนจะเป็นชื่อผู้หญิงขึ้นมา ท่าทีของซานาโตะก็เปลี่ยนไป พร้อมพูดกลับด้วยน้ำเสียงดุดัน

“ไม่ต้องพูดอะไรเหนือจากนั้น เรื่องของคินาเอะอย่ามาเอ่ยตามใจชอบ”

“คะ ครับ” เมื่อถูกรังสีกดดันจากซานาโตะ อามุกิก็ยังต้องรับคำทันที

เมื่ออามุกกิรับคำซานาโตะก็ปรับท่าทีให้สงบลงพร้อมเอ่ยต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ก็ดี เรื่องทากามิ ตอนนี้ก็จะให้วิ่งเล่นไปก่อนแต่ว่า... ไม่ได้หมายความว่าจะยอมตามคำไหว้วานนั้นหรอกนะ” ซานาโตะพูดทิ้งไว้แค่นั้นก่อนที่ร่างวิญญาณจะหายไปในทันที

อามุกิมองไปที่ตำแหน่งที่เคยมีวิญญาณก่อนจะเอ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ

“ฝ่าบาทนั้นว่าน่าเกรงกลัวแล้ว แต่ดูเหมือนชายคนนั้นอาจจะน่ากลัวว่าฝ่าบาทเสียยิ่งกว่า” อามุกิยกมือที่ตัวเองกำไว้แน่นก่อนจะเอ่ยต่อ

“ทั้งที่ร่างนี้ถูกฝึกไม่ให้กลัวสิ่งใดๆทั้งนั้น ทั้งอย่างนั้นตัวเองกลับรู้สึก... ถึงอย่างนั้นไม่ว่ายังไงเมื่อเวลานั้นมาถึงก็ยังอยากให้ชนะโดยไม่ให้ถูกฆ่าเลยนะ”

“แต่ว่าเรื่องที่ได้ยินมาในตอนนั้นตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ เท่าที่รู้ว่าก็คงไม่มีทางช่วยแล้วสินะ”

 

ตัดมาที่คฤหาสน์อีกแห่งหนึ่ง บริเวณโดยรอบของคฤหาสน์หลังนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้นานาชนิดที่ถูกปลูกไว้โดยรอบ

เสียงไอเบาๆดังขึ้นในสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน หญิงสาวในชุดเสื้อผ้าที่ดูหรูหรา ผมยาวสีดำขลับและท่าทางที่บอบบางเหมือนตุ๊กตาแก้วที่แตกหักง่ายยืนอยู่กลางสวนดอกไม้

ทันทีที่ได้ยินเสียงไอเบาๆนั้นดังขึ้น สาวใช้ที่อยู่ข้างๆก็ร้องเรียกทันที

“คุณหนูคะ กรุณากลับเข้าห้องด้วยเถอะค่ะ”

“อะ ขออยู่ต่ออีกหน่อยนะ” หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าคุณหนู ทำหน้าเศร้าขอร้องสาวใช้เพื่อให้ตัวเองได้อยู่ข้างนอกต่อแม้จะเป็นแค่สวนในคฤหาสน์ของตนเองก็ตาม

“แต่ถ้าล้มป่วยลงไปอีก จะเป็นการรบกวนเวลาของท่านซานาโตะเอานะคะ” สาวใช้รีบอธิบายด้วยความเป็นห่วงปนเกรงกลัวคนที่ชื่อซานาโตะยิ่งนัก พอได้ยินชื่อซานาโตะ หญิงสาวที่ดูร่างกายไม่แข็งแรงดีนักก็ยอมแต่โดยดี

“จ๊ะ เข้าใจแล้ว” หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิดเมื่อเห็นท่าทีเกรงกลัวของสาวใช้

ตั้งแต่ท่านพ่อเสียไป ทุกคนก็ดูเกรงกลัวท่านพี่กันทั้งนั้น แต่มีเพียงแค่ฉันเท่านั้นสินะ ที่จะต้องเป็นมิตร เป็นพวกเดียวกับท่านพี่

4.

หลังจากนั้นมา ระหว่างนั้น ทางอากิและคายานะก็จะได้พบกษัตริย์โคโตฮิระ และเกิดปัญหาขึ้นเมื่อร่างของคายานะเข้าสิงร่างของอากิไปเสียแล้ว จึงต้องรอถึงวันพระจันทร์เต็มดวงร่างทั้งสองจึงจะแยกออกจากกันอีกครั้ง ทางโคโตฮิระที่ต้องการคายานะมาทำการทดลองบางอย่าง จึงคิดจะขังคุกไว้จนกว่าถึงเวลา แต่อากิยอมเสี่ยงขอกษัตริย์ว่าขอเปิดร้านตีดาบเพื่อใช้ชีวิตได้ตามปกติในเมืองยาสึนะโดยให้สัญญาว่าจะไม่หนีและจะกลับมาตามสัญญาในวันจันทร์เต็มดวง

แต่ก็เป็นธรรมดาที่จะไม่มีใครเชื่อว่าจะไม่หนี แต่ด้วยความที่โคโตฮิระถูกใจในความปากกล้าของอากิ จึงยอมทำตามข้อเสนอ โดยให้ทหารในสังกัดที่ขึ้นตรงกับตนเป็นทำหน้าเฝ้าจับตาดูไม่ให้พวกอากิหนีไปไหน และยังทิ้งท้ายว่าไม่มีทางที่พวกอากิจะหนีไปได้อย่างเด็ดขาด

พวกทหารในสังกัดที่จะมาทำหน้าที่คุมก็คือ หน่วยของพวกซานาโตะ ซึ่งมีอาคุโตะ คาสึกะ ทากามิ ฮิโนกะ ทั้งห้าคนนี้จะมาคอยผลัดกันเฝ้าและจับตาดูไม่ให้เราหนีไปไหน

ในตอนแรกเราจะได้บ้านเช่าหลังเล็กๆที่เก่ามาก จนได้ทากามิมาช่วยหาเครื่องเรือนและทำความสะอาดให้เราถึงพอจะเปิดร้านได้ พอเปิดร้านได้สักพัก ถึงทั้งอากิและคายานะสัญญาว่าจะไม่หนีไปไหน แต่ก็ไม่มีทางที่จะไม่คิดหาแผนการแน่นอน

จนกระทั่งถึงวันที่อาคุโตะเป็นคนเฝ้าคนเดียว ในตอนแรกคายานะคิดจะใช้กำลัง แต่ก็โดนอากิห้ามไว้ จนในที่สุดอากิก็เหมือนจะคิดแผนบางอย่างออก จึงไปชวนอาคุโตะมาทานข้าวด้วย ในตอนแรกทั้งคายานะและอาคุโตะก็แปลกใจว่าอากิมีแผนอะไรถึงจะทำอาหารเลี้ยงอาคุโตะ แต่พอบอกว่าอาหารมื้อนี้คายานะจะเป็นคนปรุง ในตอนที่ได้ยินครั้งแรกคายานะก็แปลกใจ เพราะอากิมักสั่งห้ามไม่ให้ตนทำอาหาร (ในตอนที่อยู่ทากามาฮาระ คายานะได้ทำผู้คนล้มตาย?เป็นจำนวนมากด้วยอาหารฝีมือของเธอ) แต่เมื่อเข้าใจจุดประสงค์ของอากิ คายานะก็ขมักเขม้นในการทำอาหารทันที

พอถึงเวลาทานในตอนแรกอาคุโตะไม่เชื่อว่าจะเป็นอาหารที่กินได้ จึงให้พวกอากิทานไปก่อน สำหรับอากิที่เคยมีภูมิต้านทานอาหาคายานะมาบางแล้วและจะเหมือนกลืนไม่ลงแต่ก็ยังพยายามเอาลงไปจนได้และยังสามารถปั้นสีหน้าฝืนยิ้มว่าอร่อยให้อาคุโตะวางใจได้อีกด้วย

ทางอาคุโตะเมื่อเห็นว่าทานได้อร่อยก็คิดว่าไม่เหมือนอย่างที่คิด แต่ก็ยังบอกกับพวกคายานะอีกว่าต่อให้วางยากับเขาก็ไม่ได้พวกเขาถูกฝึกมาให้กันพิษได้พอควร

แต่เมื่ออาคุโตะทานเข้าไปเพียงคำเดียว ก็มีเสียงสำลักพร้อมกับเสียงล้มลงไป อากิดีใจมากที่เห็นแผนของตนสำเร็จ แต่คายานะยังอึ้งเมื่อสงสัยว่าทำไมแค่ทานไปคำเดียวแท้อีกฝ่ายถึงล้มลง แต่อากิก็บอกว่าสมกับเป็นอาหารของคายานะ ไม่ว่าอะไรก็ล้มได้จริงๆ

จากนั้นทั้งสองก็รีบพยายามหนีจนกระทั่งมาถึงแถวหน้าประตูเมือง

อากิรีบวิ่งไปด้วยความเหนื่อยหอบ ทางคายานะที่สิงอยู่ในร่างก็ได้แต่รีบบอกให้อากิรีบไปออกประตูเมืองและตรงไปทางแม่น้ำเลย

แต่อากิเป็นกังวลกลัวว่าใครตาม คายานะก็ปลอบว่ายังไม่มีคนตามมา แต่ยังคงติดใจสงสัยที่ว่าทำไมอาหารของเธอคำเดียวทำคนที่ถูกฝึกมาอย่างดีสลบได้

ขณะที่กำลังรีบหนีคายานะก็บอกแผนว่าไว้วิ่งไปเรื่อยๆค่อยไปหาม้ากัน

 อากิก็ได้แต่รับคำพร้อมนึกวิธี จนกระทั่ง

“จะออกไปไหนกันงั้นรึ” เสียงทุ้มกังวานดังก้องขึ้นด้านหน้าอากิที่กำลังวิ่งไปที่ประตู

“คะ ใครน่ะ” อากิชะงักเท้าด้วยความตกใจก่อนที่จะปรากฏเงาร่างหนึ่งขวางทางไว้

 

 

 

 เงาร่างวิญญาณของซานาโตะปรากฏขึ้นขวางทางไม่ให้พวกอากิหนีไปไหนได้ ซานาโตะที่ยิ้มเหมือนรู้ดีว่าพวกอากิคิดจะทำอะไรก็เอ่ยถามเสียงเรียบ

“หือ คนเดียวงั้นรึ แล้วอาคุโตะไม่อยู่ด้วยเหรอ”

“แย่แล้ว” เมื่อถูกซานาโตะเจอตัว คายานะยังอดอุทานไม่ได้

“ถูกจับได้แล้ว แต่ว่าทำไม” อากิยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมซานาโตะถึงโผล่มาดักรอเหมือนรู้ว่าพวกเธอกำลังจะหนีกันมาทางนี้

                “คำทำนายของฮิโนกะน่ะ ตั้งแต่เมื่อคืนก็รู้แล้วว่าพวกเจ้าจะมาที่นี่เวลานี้”

                “แต่ว่าเพราะร่างวิญญาณนี่ เลยทำอะไรมันไม่ได้!” คายานะเอ่ยด้วยความเจ็บใจเพราะถ้าเป็นร่างวิญญาณมา เธอจะไม่สามารถทำอะไรร่างนั้นได้เลย

                “เสียเวลาเปล่า!” ซานาโตะเอ่ยเสียงห้วนเมื่อเห็นว่าคายานะคิดจะทำสิ่งที่เปล่าประโยชน์ จากนั้นซานาโตะก็เริ่มใช้เวทบางที่ทำให้เกิดผลกับคายานะจนทำให้อากิขยับตัวไม่ได้ตาม

                “สัญญากับฝ่าบาทแล้วไม่ใช่รึว่าจะกลับมาตอนวันจันทร์เต็มดวง ลืมไปแล้วรึไง” ซานาโตะย้อนถามคำที่พวกอากิเคยให้สัญญา

                “ไม่นะ คายานะ หนีไม่ได้” อากิเอ่ยบอกคายานะว่าตนไม่สามารถต้านเวทของซานาโตะในตอนนี้ได้เลย

                “เพราะคำทำนายดวงดาวงั้นเรอะ โธ่เอ้ย!” คายานะเอ่ยสบถด้วยความเจ็บใจยิ่งนักที่ตนเองไม่สามารถหนีไปได้เพราะการทำนายล่วงหน้า

                ไม่นานนักอาคุโตะก็ตามมาถึงและก็เรียกพวกอากิที่ทรุดอยู่หน้าประตูเมือง พออาคุโตะมาถึง ซานาโตะก็เอ่ยตำหนิลูกน้องตัวเองทันที

                “อาคุโตะ ถ้านายฟังคำทำนายของฮิโนกะไว้ คราวนี้ก็คงจะต้องไม่ผิดพลาดแบบนี้”

                “ซานาโตะ? ทำไมมาอยู่ที่นี่” อาคุโตะที่พอเห็นร่างเงาของซานาโตะก็ถามอย่างแปลกใจ

                “ก็มาตามคำทำนายของฮิโนกะ” ซานาโตะอธิบายเรียบๆก่อนจะสั่งอาคุโตะต่อทันที “อาคุโตะ จงจับตัวหญิงนักตีดาบไปซะ”

                “อะ เข้าใจแล้ว” อาคุโตะรับคำ อากิร้องเรียกคายานะแต่คายานะก็บอกเพียงว่ามาได้แค่นี้

                อาคุโตะจะจับตัวเราทันทีและตะคอกให้เราอยู่นิ่งๆ จากนั้นก็บ่นเรื่องอาหารสุดแสนจะทนของคายานะ

                ซานาโตะเห็นอย่างนั้นก็เอ่ยเตือนอาคุโตะ

                “อย่าทำอะไรตามอารมณ์ คนพวกนี้ถือว่าเป็นวัตถุดิบที่สำคัญของฝ่าบาท”

                “จะไม่พลาดอีกแล้ว”

“หลังจากนี้ฝากด้วยนะ” เมื่อเห็นว่าพวกอากิไม่มีทางหนีซานาโตะก็ฝากให้อาคุโตะจัดการแล้วตัวเองก็ให้ร่างวิญญาณหายไป

พอซานาโตะหายไปพวกอากิก็จะถูกอาคุโตะจับตัวพากลับไปร้านตีดาบเหมือนเดิม

 

5.

หลังจากนั้นพวกอากิก็ยังคงหนีไปจากยาสึนะไม่ได้จนกระทั่งถึงวันพระจันทร์เต็มดวงที่สัญญากับโคโตฮิระว่าจะไปที่ปราสาท

“คืนนี้ วันจันทร์เต็มดวง ก็ต้องไปที่ปราสาทสินะ” อากิพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงกังวล

โกโร่ สัตว์เลี้ยงของคายานะพยายามปลอบใจอากิที่กำลังซึมว่า ผมก็จะไปด้วย

“ไม่ได้นะ โกโร่จะต้องอยู่เฝ้าบ้าน” อากิรีบห้ามเพราะกลัวโกโร่จะตามไปจริง

จากนั้นคายานะก็จะพูดถึงเรื่องอิสึซามิ ว่าไม่รู้ว่ามาอยู่ที่ประเทศยาสึนะนี้ได้อย่างไร

“ทั้งเรื่องอิสึซามิก็ดี เรื่องที่ไม่สามารถฆ่าโคโตฮิระได้ก็ดี แล้วยังพวกนักปราชญ์เกี่ยวกับเทพเจ้านั่นอีก มีแต่เรื่องที่ไม่รู้เต็มไปหมดเลยนา”

“อืม” อากิก็เห็นด้วยกับคายานะ แต่ไม่ทันไร ประตูร้านก็เปิดออก พร้อมกับซานาโตะในชุดเครื่องแบบเข้ามาพูดอย่างเป็นทางการ ว่าจะพาพวกอากิทั้งสองไปที่ปราสาท

“คะ ค่ะ” อากิรับคำอย่างเกร็งๆ แต่คายานะถามซานาโตะกลับไป

“ไปที่ปราสาทแล้วจะยังไงต่อ”

“ซา เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้ รีบไปกันได้แล้ว” ซานาโตะตอบเหมือนไม่ชอบให้ถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตน และก็สั่งให้ทั้งคู่รีบไปในทันที

“จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ” อากิรีบรับคำ

“ยังเป็นคนที่น่ารังเกียจเหมือนเดิมนะ” คายานะแขวะซานาโตะอย่างไม่เกรงกลัว

“จะพูดยังไงก็ได้ แต่ว่า คืนนี้พวกเจ้ายังไม่แยกออกจากกันอีกรึ”

“เออนะ” คายานะตอบห้วนๆพลางทำท่าไม่สนใจซานาโตะ

“ระวังคำพูดไว้ด้วยก็ดีนะ” เมื่อเห็นท่าทางที่ไม่สุภาพของคายานะซานาโตะก็เริ่มมีท่าทีหงุดหงิดยิ่งขึ้น

“ไหนบอกจะให้พูดยังไงก็ได้ไง? ช่วยไม่ได้นะ รู้แล้วจะยอมอยู่สงบๆให้ก็ได้” คายานะยอมเปลี่ยนท่าทีเพราะกลัวซานาโตะจะทำร้ายอากิจริงๆ

 “ดีแล้ว ไปกัน” พอเห็นคายานะมีท่าทีอ่อนลง ซานาโตะก็ใจเย็นลงบ้าง จากนั้นก็ออกไปข้างนอกร้านกัน

พอออกมานอกร้าน อากิก็มีเรื่องอยากถามซานาโตะ

“เอ่อ...”

“อะไร” ซานาโตะหันมาถามเมื่อได้ยินเสียงอากิ

“วันนี้เป็นร่างจริงสินะคะ”

“ก็ใช่แล้วไง”

“คือพอคิดว่าตอนนั้นซานาโตะซังก็มีร่างจริงแบบนี้อยู่ก็เลยรู้สึกแปลกๆ...”

“เธอไม่กลัวฉันงั้นรึ” ซานาโตะพอเห็นอากิคุยด้วยท่าทางสนใจก็เลยอดถามกลับไม่ได้เพราะปกติคนมักจะไม่ค่อยอยากพูดถึงร่างวิญญาณของเขาเท่าใดนัก

“เอ๋ ก็ ก็มีกลัวบ้างนะคะ แต่ว่า... ทั้งฮิโนกะ ทั้งทากามิ ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน ในตอนแรกก็รู้สึกกลัวทุกคน แต่พอรู้จักกันก็คิดว่าจริงๆแล้วทุกคนก็เป็นคนดีกันทั้งนั้น” อากิพยายามอธิบาย เธอได้รู้จักทุกคนอย่างที่ผ่านมา ทุกคนก็ช่วยดูแลเธอเป็นอย่างดีเท่าที่จะช่วยได้ ทำให้อากิคิดว่าจริงๆถึงจะได้คนของยาสึนะแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคนไม่ดี

“คนดีงั้นรึ” พอได้ยินอากิว่าอย่างนั้นซานาโตะก็หัวเราะในลำคอเบาๆ ” พูดอะไรน่าสนใจดีนี่”

หมายความว่ายังไง? อากิได้แต่สงสัยในท่าทีและคำพูดของซานาโตะเช่นนั้น

จากนั้นซานาโตะจะพาพวกอากิมาหาโคโตฮิระถึงในปราสาทตามที่ได้สัญญากันไว้ แต่ว่าในตอนนี้ทั้งอากิและคายานะกลับยังไม่แยกร่างออกกัน

“ฝ่าบาท พาตัวมาแล้วพะย่ะค่ะ” ซานาโตะรายงาน

“อืม ยังไม่แยกออกจากกันอีกรึไงนะ”

“ก็เป็นเช่นนั้นพะยะค่ะ”

“งั้นก็เอาไปขังคุกไว้ซะ” โคโตฮิระสั่งทันที

 “ดะ เดี๋ยวก่อน คุกอีกแล้วเหรอ” พอรู้ว่าจะต้องเข้าคุกอีกครั้ง อากิก็ร้องออกมา

“อีกแล้ว แล้วมีอะไรรึ” โคโตฮิระหันมาถามเหมือนว่าอากิมีปัญหาอะไรกับคำสั่งของตน

“มะ ไม่มี” อากิได้แต่ปิดปากเงียบไป เพราะยังไงตัวเธอก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

จากนั้นอากิก็ปรึกษาคายานะในใจว่าจะเอายังไงดี คายานะก็บอกแค่ว่ากำลังคิดอยู่

แต่ซานาโตะก็สั่งให้คนพาพวกอากิไปคุกใต้ดินทันที

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

อาจจะมีบางส่วนงงๆเพราะคนแปลดำน้ำด้นไปเรื่อย และก็บางส่วนที่ต้องเล่นเนื้อเรื่องของคนอื่นถึงจะเข้าใจ

แต่ถึงยังไงซานาโตะก็คูลเท่ห์สุดๆอยู่ดีค่ะ
 
 
 
ตอนต่อๆไปกำลังคิดจะพยายามให้ได้ไวๆนี้แต่ด้วยความรู้ญี่ปุ่นเท่าฝาหอยคงได้ความเร็วคลานเท่าหอยทากล่ะค่ะ
 
 

edit @ 18 Jul 2011 05:41:03 by ToRi